Home ทั่วไป ถ้าคุณทำ 10 ข้อนี้ได้ แบบสบายๆ ถือว่าคุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

ถ้าคุณทำ 10 ข้อนี้ได้ แบบสบายๆ ถือว่าคุณเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

0
0
41

1. โบกมือลากับสิ่งรอบตัวที่แย่

ในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยรุ่น หนุ่ม ๆ ทุกคนก็จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป

ได้รู้จักผู้คนมากมายในชีวิตทั้งแต่เด็กจนโตซึ่งทุกคนต้องแยกออกอย่างแน่นอน

ว่าสิ่งไหนคือสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือไม่ดี รวมทั้งบุคคลใดที่คุณควรคบอยู่ในระดับไหน

ควรสนิทคบหาแค่ไหน หรือแม้แต้เพื่อนบางคนที่ควรห่างหรือเลิกคบ

เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจจะฉุดคุณลงเหว!

แต่เราก็เข้าใจว่าการเลิกคบเพื่อนที่คบมานานแสนนานไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่คุณอย่าลืมว่าเพื่อนที่ดีต้องไม่ฉุดให้คงไม่ก้าวหน้า

และชีวิตคุณต้องเดินต่อไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่ดีดังนั้นการหลีกเลี่ยงหรือโบกมือลา

สิ่งที่ทำให้คุณไม่พัฒนาหรือดูแย่ลงเรื่อย ๆ จะเป็นการดีที่สุดสำหรับคุณ

2. ดูดีจากภายในสู่ภายนอก

แน่นอนว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่มีร่างกายที่เพอร์เฟ็กต์

แม้บ้านเราจะมีวิทยาการเข้ามาช่วยในเรื่องนี้มากมายแต่ก็ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยและผลกระทบอื่น ๆ อยู่บ้าง

ดังนั้น ผู้ชายทุกคนจะพบว่าร่างกายตัวเองเปลี่ยนไปตามกาลเวลาซึ่งเป็นสัจธรรมของชีวิตและตามกาลเวลานั่นเอง

และสิ่งที่เราอยากบอกคุณผู้ชายทั้งหลายนั่นก็คือการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก

ด้วยการมีจิตใจที่แจ่มใส ร่าเริง มีความสุขหรือที่เรียกว่าหล่อจากภายในนั่นเอง

รวมทั้งการดูแลตัวเองภายนอกด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ

ตามแต่ละช่วงวัยของหนุ่ม ๆโดยให้ไปเป็นตามหลักธรรมชาติและการดูแลตัวเองตามหลักธรรมชาติเช่นกัน

ถ้าคุณโตเป็นผู้ใหญ่พอ … คุณจะรู้ว่าวิธีไหนคือวิธีที่จะรักษาสุขภาพกายและใจของคุณอย่างยั่งยืนและดีที่สุด

3. เพราะรัก…จึงบอก

เพราะ ”รัก” จึงบอกว่า “รัก”เรียกว่าสมัยนี้หนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่ขยันพูดคำว่ารักอย่างสิ้นเปลื้องมาก

รวมทั้งยิ่งเวลาแอกอฮอล์เข้าร่างกายแล้วนั้น

ความใจกล้าบ้าบิ่นเฮฮาปาจิงโกะยิ่งทำให้กล้าพูดเรื่องแบบนี้อย่างไม่คิดอะไรได้ง่าย ๆ

เรียกว่าแบบไม่เห็นใจคนฟังกันเลยทีเดียวแต่เราขอบอกหนุ่ม ๆ ว่าผู้ชายที่เขาโตกันแล้วเนี่ย

เขาจะไม่พูดคำว่ารักพร่ำเพื่อเพราะคนที่โตแล้วจะเรียนรู้จากประสบการณ์และด้วยความเป็นผู้ใหญ่

เข้าจะเข้าใจถึงความรักที่แท้จริงว่ามันควรจะเอื้อนเอ่ยเมื่อใด

แบบไหนและกับใครจึงจะเหมาะสม และเขาจะกล่าวคำว่า “รัก” เมื่อเขารู้สึกแบบนั้นกับคน ๆ นั้นจริง ๆ

ดังนั้น โตแล้วไม่พูดรักพร่ำเพื่อกันนะ

4. โตแล้ว … ต้องเก็บอารมณ์เป็น

หนุ่ม ๆ ต้องเรียนรู้การแสดงอารมณ์อย่างถูกวิธี

เราเชื่อว่าหลายคนสามารถแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และมีกลยุทธ์ได้ดี

แต่ก็น้อยคนที่จะทำได้เช่นกันหนุ่มเจ้าโทสะบางคนถ้ามีอะไรขัดใจปุ๊ป โอ้วววว

ทั้งเหวี่ยง ทั้งวีน โวยวายบ้านแทบแตก ข้าวของแทบพัง หรือจะเป็นหนุ่มสุดดราม่า

เสียใจ ผิดหวัง อกหักเฮิร์ท ตกงาน บลา ๆก็ร้องไห้เป็นเต่าเผาและอีกหลายอาการของหนุ่ม ๆ

ที่แสดงออกว่าคุณยังเป็นเด็กอยู่นั่นเอง ดังนั้นถ้าคุณอยากโตเป็นผู้ใหญ่นั้นเลิกซะ

พฤติกรร มเหล่านี้ เพราะคนที่โตแล้วเขาจะมีวุฒิภาวะ

การแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์และกับบุคคลต่าง ๆ

เช่น คุณอาจจะแสดงความเศร้าโศกเสียใจกับเพื่อนสนิทของคุณได้

หรือต้องเก็บอารมณ์โกรธเมื่อโดนขัดใจในที่สาธารณะไม่เช่นนั้น

คุณก็ยังไม่ก้าวผ่านจากความเป็นเด็กเสียทีจงเรียนรู้วิธีแสดงออกอย่ างเหมาะสม!

5. เปิดกว้างการสนทนา

ศิลปะการพูดหรือการสนทนานั้นไม่ใช่เรื่องอยากที่คนทั่วไปคิด

ผู้ชายทั่ว ๆไปสามารถพูดคุยได้เฉพาะเรื่องที่เขาสนใจเป็นพิเศษเท่านั้น

หากเป็นเรื่องอื่นก็แทบจะไม่สนใจหรือปิดการสนทนาแบบเนียน ๆ เลยก็ว่าได้

แต่หนุ่ม ๆที่โตแล้วเขาจะเรียนรู้การรักษาบทสนทนาให้เป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกทั้งวงสนทนา

แม้ว่าคุณจะไม่ได้ชื่นชอบในเรื่องที่กำลังคุยอยู่อย่างเป็นพิเศษ

แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องโบกมือลาคู่สนทนาหรือนั่งเงียบ ๆ เพียงแค่คุณเปิดใจกว้างรับฟัง

และปล่อยให้บทสนทนาเป็นไปอย่างธรรมชาติแม้ว่าคุณจะไม่ได้มีความรู้ประดุจนักปราชญ์

หรืออัจฉริยะที่จะรู้ไปทุกเรื่องบนโลกใบนี้แต่คุณก็สามารถแสดงความสนใจและเอ็นจอยไปกับมันได้

คุณสามารถถามเพื่อช่วยให้เข้าใจเรื่องนั้น ๆได้ดีขึ้นและเป็นการแสดงความสนใจในเรื่องดังกล่าว

รวมทั้งช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้กับตัวคุณด้วยและที่สำคัญมันยังทำให้บทสนทนาไปต่อได้อย่างราบรื่น

และไม่น่าเบื่อ นี่ละที่ผู้ใหญ่มือโปรเขาทำกัน!

6. บอกลาความเสียใจทั้งหลาย

ขงจื้อกล่าวว่า “ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันก็ไม่มีผลอะไร

เว้นเสียแต่คุณไปนั่งคิดนั่งจำมันต่อไป” ทุกคนมีความผิดพลาดในชีวิตบ่อยครั้งด้วยธรรมชาติของมนุษย์

เรามักจะชอบจำในเรื่องความผิดและปล่อยให้มันมาเป็นตัวทำร้ายจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา

จนบางครั้งเป็นเหตุให้ร่างกายแย่ลงจากสุขภาพจิ ตภายในที่แย่ส่งผลต่อสุขภาพกายแล้ว

คุณคิดว่ามันมีเหตุผลดีงามพระรามแปดอะไรที่จะต้องมานั่งจำเรื่องพวกนี้ไปตลอดชีวิตกันล่ะ

ลองเปลี่ยนเรื่องพวกนี้เป็นบทเรียนเพื่อเป็นแรงผลักดันในชีวิตของคุณจะดีกว่ามั้ย

การเก็บเรื่องพวกนี้มาเป็นอารมณ์ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพของคุณดีขึ้นเลยนะ

คนที่โตแล้วจะไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดหรือเรื่องในอดีตมาทำให้ความสุขในอนาคตหดหายไป

แต่จะเก็บมันมาเป็นบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ไห้เกิดความผิดพลาดในอนาคตต่างหากล่ะ

7. ดริ๊งอย่ างเหมาะสม

นาน ๆ ทีจะได้สนุกสนานลิ้มรสกับค็อกเทล การดื่มแอกอฮอล์ในปริมาณที่พอดี

จะส่งผลดีต่อสุขภาพของหนุ่ม ๆแต่ที่ปัญหามันเกิดเพราะหนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจการดื่ม “พอเหมาะพอควร” นั่นเอง

เวลาคุณไปบาร์ลองสังเกตุแต่ละห้องแต่ละโต๊ะคุณจะสามารถแยกเด็กหนุ่มกับผู้ใหญ่ออกจากกันได้เลย

(หมายถึงการวางตัว หรือวุฒิภาวะของผู้ชายแต่ละคน)ผู้ชายที่โตแล้วมักจะไปสนุกสนานกับเพื่อน

ครอบครัว หรือคนอื่น ๆ ที่เขาสนิท และมีการดื่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยที่เขาสามารถดูแลและควบคุมตัวเองได้อย่างดี

และยังโชว์ความเป็นผู้ชายที่น่าเคารพได้อีกด้วยเรื่องแบบนี้เขาไม่ได้ดูที่อายุกันนะ

แต่ดูที่การแสดงออกด้วยการวางตัวอย่างเหมาะสม

8. การควบคุมอารมณ์

จากงานวิจัยพบว่า การได้ปลดปล่อยอารมณ์หรือระบายอารมณ์ออกมาบ้าง“เป็นครั้งคราว”

อาจจะดีต่อคุณผู้ชาทั้งหลายเพราะการได้แสดงทางอารมณ์จะช่วยให้สุขภาพจิตของหนุ่ม ๆ ดีขึ้น

รวมทั้งช่วยทำให้ประสิทธิภาพความแข็งแรงของร่างกายดีขึ้นรวมทั้งช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ

และยังช่วยให้การเจรจาต่อรองทางธุรกิจดีขึ้นแต่คุณผู้ชายทั้งหลายมักจะลืมหรือไม่เข้าใจคำว่า “ครั้งคราว , นาน ๆ ที , บางครั้ง”

แล้วดันแสดงอาการระบายอารมณ์เต็มที่อย่าง “บ่อยครั้ง”

แม้มันจะค่อนข้างยากที่จะปรับอารมณ์และควบคุมอารณ์ของคุณที่ไฟพุ่งให้เย็นลงประดุจน้ำแข็ง

เพื่อรักษาสถานการณ์ได้ขึ้นแต่มันเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาความสงบในสถานกานนั้น ๆ

แต่ที่แน่ ๆ คนที่โตพอเขาจะรู้ว่าเวลาใดที่พวกเขาจะสามารถปล่อยระเบิดได้เต็มที่และเวลาใดไม่ควรทำอย่ างยิ่ง

9. การให้เกียรติคนรัก

ในช่วงวัยรุ่น เป็นธรรมดา ๆ ที่หนุ่ม ๆ จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการตามจีบสาว ๆในช่วงห้วงเวลานั้น

ผู้ชายต่างตระหนักถึงความสำคัญในการใช้เวลาดูแลใส่ใจหวาน

ด้วยความเสมอต้นเสมอปลายตามที่พวกเธอคาดหวังไว้แต่สำหรับหนุ่มบางคนนั้นไม่เคยตระหนักถึง

ความสำคัญข้อนี้เลย พวกเขาละเลยการดูแลคนรักอีกทั้งยังคงสนุกกับการตามจีบสาว ๆคนอื่นอีก

ดังนั้น ลูกผู้ชายตัวจริง(หรือหนุ่มที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว) เขาจะไม่สนใจกับการมีรักซ้อน

หรือการจีบสาวคนอื่น ๆเพื่อทำให้ตัวเองดูเท่ห์หรือมีเสน่ห์ เพราะไม่ใช่วิธีของหนุ่ม ๆ (ที่โตแล้ว)

เขาจะใช้เวลาคิดถึงอนาคตการใช้ชีวิตร่วมกันกับหวานใจเท่านั้นโดยการตระหนักถึงกุญแจสำคัญ

ที่จะนำไปสู่ความสุขของชีวิตของทั้งคู่ต่างหาก รวมทั้งการดูแลหวานใจอย่างสม่ำเสมอและอยู่เคียงข้างกันตลอด

10. อย่ากังวลกับอายุ

ผู้ชายทุกคนล้วนโตตามวัย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่โต (เป็นผู้ใหญ่) ผู้ชายบางคนพยายามที่จะรักษาความเป็นหนุ่มไว้ตลอดไป

ซึ่งพฤติกรร มเหล่านี้เราสังเกตได้จาก ท่าทางคำพูด และการแต่งกาย

และสิ่งที่พวกเขากำลังพยายามทำอยู่ก็คือการทำทุกอย่างเพื่อจะหยุดยั้งอายุที่มากขึ้นของพวกเขา

แต่การทำแบบนี้ไม่ได้จะทำให้เขามีอายุยืนตลอดไปไม่ว่าจะวิธีทางวิทยาศาสตร์หรือใด ๆ ก็ตาม

ลองมองในความเป็นจริงกันไม่มีอะไรผิดหรอกที่คนเราจะอายุมากขึ้นตามวัยของเรา

ผู้ชายบางคนยิ่งอายุมาก ยิ่งดูดี ยิ่งหล่อ ยิ่งเท่ห์ด้วยซ้ำดังนั้น

คุณผู้ชายทั้งหลายควรแสดงออกตามช่วงวัยที่เหมาะสมยิ่งเราโตมากขึ้น

การอยู่กับกฎข้อบังคับและการควบคุมต่าง ๆจะน้อยลงกว่าตอนเป็นเด็กหรือช่วงวัยรุ่น

ทำให้เราสามารถทำอะไรได้ง่ายขึ้นด้วยความที่โตแล้ว ต่างจากตอนช่วงเด็ก ๆ

ดังนั้น แมนตัวจริงต้องแสดงออกอย่ างเหมาะสมกับอายุของตัวเองและใช้ชีวิตเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

อย่าไปกลัวความแก่หรือการจากไปแต่ให้คิดว่าเราได้ใช้ชีวิตคุ้มรึยัง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ทั่วไป

Check Also

5 ทริคช่วยประหยัดค่าไฟง่ายๆ ด้วยมือเรา

สิ้นเดือนทีไร หลายคนก็เกือบจะสิ้นใจตามบิลค่าไฟในเวลาที่ … …